ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มาใช้ OpenOffice.org กันเถอะ

OpenOffice สบันสนุน OpenDocument อย่างเต็มตัว สามารถใช้ไปได้ยาวนานไม่รู้จบ
ปัญหาที่เราพบบ่อยคือพวกไฟล์ word เมื่อเราทำงานกัน คนละ version จะพบว่าไฟล์ไม่สามารถเปิดได้อย่างสมบูรณ์ OpenDocument ได้ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้เอง ไม่ว่าคุณจะใช้โปรแกรมอะไรก็สามารถเปิดไฟล์ตัวนี้ได้หากโปรแกรมนั้นสนับสนุน OpenDocument (*.ott, *.odt) และด้วยการออกแบบที่จะใช้ได้ยาวนานไปจนถึงรุ่นหลาน เหลน โหลนของคุณนี้เองทำให้คุณสบายใจได้ว่าถ้าชาติหน้าคุณยังเกิดมาในตระกูลเดิมคุณก็สามารถอ่าน เอกสารของคุณได้อยู่ อืมม... ดีจริงๆ เลยเนอะ

ว่าแต่ OpenOffice ดีอย่างไร

จะพูดไปแล้ว ทะเล ของเรานั้นเกิดมาพร้อมกับ StarOffice(แปลงชื่อมาเป็นปลาดาว) เลยเนี่ยไหนกลายมาเป็น OpenOffice ไปแล้วหว่า คงจะเนื่องมาจาก OpenOffice นั้นพัฒนาอย่างต่อเนื่องและกว้างขวางกว่ากระมัง แต่ไม่เป็นไรอย่างไรมันก็เป็น Opensource เหมือนกันอย่างจะเอามายำอย่างไรก็ได้ เพียงแต่... ยำอย่างไรหว่าโค้ดก็เขียนไม่เป็น ช่างมันละกัน เอาเป็นว่าใช้ได้เป็นพอไม่ต้องสนใจเรื่องพัฒนาขอให้เก่งๆ ก่อนละกันเนอะ

พูดมาซะยาว ยังไม่ได้บอกเลยว่า OpenOffice ดีอย่างไร ถ้าคุณเคยไปดู Software ถูกลิขสิทธิ์มาบ้างจะทราบดีว่า
  1. ถูก อันนี้เป็นข้อดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะว่า Office ที่ไปดูมา ราคาเล่นเอาเป็นลม ถ้าไม่ได้ไปเดินพันติ๊บ คงไม่มีปัญยาหาของแท้มาลงเป็นแน่แท้ ราคา 10,000+ เอง ถูกกว่านั้นก็มีนะเวอร์ชั่นเก่าๆ หน่อย พอดีราคานี้ไปดูมานานแล้ว ตอนนี้น่าจะลงแล้วนะ แต่ไม่รู้เท่าไหร่ แต่มันก็แพงอยู่ดีแหละ
  2. ไม่ต้องกลัวโดนจับ เคยมีเหตุการณ์เมื่อหลายปีมาแล้วที่ เจ้าพ่อบริษัทนำเข้าซอพท์แวร์ทั้งหลายกระหน่ำจับซอพท์แวร์เถื่อนตามร้าน interner cafe เห็นแล้วอดสูใจจริงๆ เนื่องจากบ้านเราก็เป็นโจรใช้ของเถื่อนกันมานาน พอมีกฎหมาย(จริงๆ มีมานานแล้วแหละ แต่ว่าไม่เข้มงวดเท่าไหร่) เลยโดยกันเป็นหางว่าว
  3. ก็อปปี้ได้ตามสบายเลย จะส่งให้เพื่อนหรือใครๆ ก็ได้ โดยไม่ต้องกลัวโดนจับมันก็แน่ล่ะสิ มันเป็นของฟรีนี่
ว่าแล้วก็ไปดูของ OpenTle ที่เค้าโปรโมต OpenOffice กันดีกว่า

ส่วนนี้เป็น Flash animation ที่ทำมาเพื่อโปรโมต OpenOffice

มาใช้ OpenOffice กันเถอะ

นกอะไรไม่รู้ รู้มากจริง เกลียดมัน เก่งเกินคน

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งานบน windows สามารถ download ได้ที่

ส่วนผู้ใช้ Linux ท่านสามารถติดตั้งได้จากแผ่นติดตั้งของ Linux แต่ละค่ายได้ทันที


ที่มา: OpenTle.org

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Alfresco กับการ Search ภาษาไทย

เนื่องด้วยการ Search ถือเป็นหัวใจสำคัญของงาน ECM เลยก็ว่าได้ แต่ Alfresco ณ ปัจจุบันยังไม่รองรับการ Search ด้วยภาษาไทย แต่อย่างว่า Opensource เมื่อเรารู้ว่ามันใช้ Lucene เป็น engine ในการค้นหาเอกสาร เราก็เลยแงะไปยังตัว lucene เองพบว่ามีคนส่ง Patch ในการตัดคำไทย ไปให้กับ lucene เรียบร้อยแล้ว โดยคุณสัมพันธ์นั่นเอง วิธีการ Config ให้ Alfresco ตัดคำไทยได้ผมสรุปออกมาเป็นขั้นตอนได้ดังนี้ครับ ไปเพิ่ม Locale ให้ Alfresco รู้จัก ใน tomcat/shared/classes/alfresco/extension/web-client-config-custom.xml ตรง tag <languages> เพิ่ม <language locale="th_TH">Thai</language> เข้าไป directory: tomcat/webapps/alfresco/WEB-INF/classes/alfresco/model แล้วทำการ copy file dataTypeAnalyzers_fr.properties หรือไฟล์อื่นก็ได้ เปลี่ยนชื่อเป็น dataTypeAnalyzers_th.properties แล้วเปิดไฟล์ขึ้นมาแก้ไขให้เป็น d_dictionary.datatype.d_text.analyzer=org.apache.lucene.analysis.th.ThaiAnalyzer d_dictionary.datatype.d_content.analyzer=org.apache.lucene.analysis.th.ThaiAnalyzer หลังจากนั้นเมื่อทำการ...

Spring Roo vs Grails

Spring Roo หรือ Grails ดี ถ้าต้องเลือกระหว่างสองตัวนี้จะเลือกอะไรดี คำตอบแบ่งออกได้เป็นสองส่วน ส่วนแรกคือภาษาที่ถนัด หากใครเขียน Java อยู่แล้วไม่อยากเปลี่ยนก็ควรจะเลือก Spring Roo หากใครต้องการ magic ที่มากับ Dynamic Language ก็คิดว่าน่าจะใช้ Grails มากกว่า ส่วนที่สองคือ ความเร็วในการพัฒนาเนื่องจาก magic ที่มาจากภาษา Groovy ทำให้เราพัฒนา Application ได้เร็วกว่าภาษา Java (แต่อันนี้ก็แล้วแต่ความถนัก หากถนัด Java มากๆ ก็อาจจะเร็วกว่าก็ได้) แต่ส่วนที่คิดว่าเร็วกว่าแน่ๆ คือมันจะ Generate Method ส่วนใหญ่ให้ในขณะ Runtime เช่น findBookById() ซึ่งจะไม่มีโค้ดในส่วนนี้แต่จะเป็นการ Generate ให้เองจากตัว Framework แต่หากใช้ Spring Roo เราต้องมานั่งเขียน Method ส่วนนี้เอง ข้อดี ข้อเสีย Grails อย่างที่รู้ว่า Groovy นั้นจะ Generate Method ระหว่าง Runtime ให้และยังเป็นภาษา Script แม้จะมีการ Compile ให้เป็น Bytecode ของจาวาแล้วก็ตาม แต่ Performance ก็จะด้อยกว่า Pure Java อยู่ดี Spring Roo จะช้าในช่วง Develop time แต่ขณะ Runtime จะมี Performance ดีกว่า Grails เนื่องจากไม่มีส่วนที่ต้องสร้างขึ้นระหว่าง ...

เปลี่ยนเว็บเดิมให้ Pluggable ด้วย OSGi

เป็นบทความภาษาอังกฤษครับลองอ่านดู เปลี่ยน Web application เดิมให้ยืดหยุ่นด้วย OSGi เพิ่มเติ่มให้ครับ OSGi คืออะไร เป็น Specification ครับที่เจ้าใหญ่ของ Java เค้าทำมาเพื่อให้เกิดความเป็น modularized ครับ ซึ่งถ้าจะให้เห็นภาพคือการทำงานของ plugin น่ะครับ ที่เราสามารถเปิดปิดการทำงานของมันได้ตลอดเวลาเมื่อเอามาใส่ web application ก็ทำให้เราสามารถถอดหรือเสียบ plugin ใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา โดยที่ plugin นี้ใน OSGi จะเรียกว่า module ครับ หรือถ้าเป็นศัพท์เทคนิคเค้าจะเรียกว่า Bundle ครับ ลองไปอ่านบทความกันดูครับ ซึ่ง OSGi นั้นจริงๆ แล้วมันเป็น Specification เหมือนกับ EJB หรือ Servlet นี่แหละครับ แต่ตัว implement นั้นแล้วแต่ว่าใครจะนำไป implement นะครับ ที่ดังๆ อยู่ในตอนนี้ก็เห็นมีอยู่สองสามเจ้า Equinox อันนี้หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกันดีมันคือเจ้า eclipse ของเรานั่นเองใช้ตัวนี้อยู่ครับ ส่วนอีกตัวเป็นของ Apache Felix ครับ ลักษณะการใช้งานจะแตกต่างกันบาง และตัว module อาจจะเรียกไม่เหมือนกันบางอันเป็น Bundle บางอันอาจไม่ใช่ ผมก็จำไม่ได้แล้วเหมือนกันครับ ลองไปศึกษากันดูครับ น่าสนใจทีเดียว อีกตัวนั้นจะเป็นของ Sp...